เบื้องต้นจากการสอบถามเพื่อนของนางสาวมีนา ทราบว่า ผู้ต้องหารับหิ้วสิ่งของเพื่อหารายได้เสริม ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่มาก และยังไม่พบความผิดปกติ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จังหวัดพะเยา ลงพื้นที่สอบปากคำมารดาของนางสาวมีนาเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบ พร้อมเปิดเผยว่า ทางการออสเตรเลียแจ้งข้อมูลว่า กระเป๋าเดินทางทั้งหมดมี 12 ใบ แต่พบสิ่งผิดปกติ 2 ใบ ซึ่งเป็นลักษณะการอำพรางของขบวนการค้ายาเสพติดที่มักซุกซ่อนยาไว้ปะปนกับสัมภาระประเภทผ้าห่มหรือสิ่งของอื่นเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับนางสาวมีนา ว่ามีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของทางการออสเตรเลียในการดำเนินการสอบสวน ขณะที่ฝ่ายไทยจะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมประกอบกัน
นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมจะหารือกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อทบทวนมาตรการตรวจสอบสัมภาระขาออก และอุดช่องโหว่ของระบบ หลังพบว่าผู้รับหิ้วจะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อสิ่งของเดินทางถึงปลายทางแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดอัตราค่าตอบแทน

