ควรระวัง! ร่างกายมีอาการคัน 2 ส่วนนี้ อาจเป็นสัญญาณของ “มะเร็งตับ” ไม่ใช่อาการแพ้

ควรระวัง! ร่างกายมีอาการคัน 2 ส่วนนี้ อาจเป็นสัญญาณของ "มะเร็งตับ" ไม่ใช่อาการแพ้

ระวังไว้ดีกว่า เมื่อร่างกายมีอาการคันที่ 2 ส่วนนี้ อาจเป็นสัญญาณของ “มะเร็งตับ” ไม่ใช่อาการแพ้อย่างที่เข้าใจ!

เมื่อรู้สึกคันหลายคนมักนึกถึงอาการแพ้ แต่บางครั้งอาการคันก็อาจเป็นสัญญาณของมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีอาการคันที่ 2 ส่วนนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “มะเร็งตับ”

ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย เปลี่ยนแปลงยา ประมวลผลสารอาหาร และผลิตโปรตีนและสารเคมีที่สำคัญต่อสุขภาพ ดังนั้นตับจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหาย ซึ่งหากความเสียหายที่เกิดขึ้นในตับไม่ได้รับการตรวจพบและรักษา ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับได้

อาการคันผิวหนังจากโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดีและตับ

นอกจากอาการคันแล้ว มะเร็งตับอาจทำให้เกิดผื่นและความเสียหายที่ผิวหนังหลายรูปแบบ ซึ่งอาจเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สารพิษสะสมและทำให้เกิดการระคายเคืองผิว ผู้ป่วยอาจพบผื่นแดง คัน หรือมีแผลที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์ยาทาแก้คัน

อาการคันที่ดวงตา หากรู้สึกคันที่ดวงตาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ได้ลองทุกวิธีเพื่อบรรเทาอาการแล้ว ควรระวังเรื่องมะเร็งตับด้วยเช่นเดียวกัน บางคนเชื่อว่าเมื่อเป็นมะเร็งตับ ดวงตามักจะขาดเลือดส่งผลให้ตาแห้งและคัน แต่โดยทั่วไปแล้วในกรณีของมะเร็งตับ อาการคันที่ผิวหนังจะพบได้บ่อยกว่าคันที่ดวงตา

อาการคันผิวหนังจากโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดีและตับ

**คำเตือน: แม้ว่าทั้งสองอาการนี้อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งตับ แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะอาการคันที่ผิวหนังและดวงตายังเป็นอาการของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ด้วย สิ่งสำคัญคือการสังเกตสัญญาณผิดปกติในร่างกาย และควรไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคร้ายต่างๆ

อาการอื่นๆ ของมะเร็งตับ นอกเหนือจากอาการคัน มะเร็งตับอาจทำให้เกิดอาการอื่นๆ ที่สำคัญ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อมะเร็งได้พัฒนา หรือเมื่อมะเร็งมีความรุนแรงมากขึ้นและยากต่อการรักษา ได้แก่

HOW QUICKLY DOES A LIVER TUMOR GROW? - Liv Hospital

 

อ่อนเพลียและเหนื่อยล้า ปวดท้อง ท้องบวมจากการสะสมของของเหลว (ท้องมาน) ปวดที่ไหล่ขวา เบื่ออาหารและรู้สึกคลื่นไส้ น้ำหนักลด ผิวหนังและตาเหลือง (ดีซ่าน) อุจจาระซีด มีไข้ วิธีปกป้องและป้องกันมะเร็งตับ นอกจากการสังเกตอาการแล้ว การปกป้องตับและการป้องกันมะเร็งตับก็เป็นสิ่งที่หลายคนสนใจ โดยการดูแลตับสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ออกกำลังกายเป็นประจำ, หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและซี, บริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และควบคุมการใช้ยา โดยควรใช้ยาและอาหารเสริมตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อการทำงานของตับ