เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก หรือ เลขาติ่ง เลขาธิการพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่พรรคประชาชน ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ถึงทิศทางการปรับโครงสร้างและการบริหารพรรคในระยะต่อไป
นายศรายุทธิ์ ระบุว่า ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน พรรคประชาชนจะจัดการประชุมใหญ่ของพรรค รวมถึงการสัมมนาว่าที่ สส. และผู้สมัคร สส. ทั้ง 500 คน โดยยอมรับว่าเป็นไปได้ที่จะมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งชุด เพื่อปรับแนวทางการเดินหน้าของพรรค และรองรับสถานการณ์หาก 44 สส. ที่ยื่นแก้ไข ม.112 ถูกตัดสินว่ามีความผิด ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับช่วงการประชุมใหญ่ของพรรคพอดี
นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะปรับเปลี่ยนในรูปแบบใด และยังไม่ตกผลึก เนื่องจากพรรคยังโฟกัสอยู่ที่ปัญหาการเลือกตั้งเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่าตนพร้อมลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ตามที่เคยประกาศไว้ว่าหากพรรคได้ สส. ไม่ถึง 200 คน จะลาออก เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ในฐานะผู้ทำงานอยู่หลังบ้านมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน
สำหรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชนคนใหม่ นายศรายุทธิ์ ระบุว่า จะไม่ใช่ สส. เนื่องจากต้องเป็นผู้ที่มีเวลาเต็มที่ในการบริหารจัดการกิจการภายในพรรค ส่วนกระแสชื่อของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่อาจขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ หากมีการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะในกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และอาจเกิดอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม นายศรายุทธิ์ ย้ำว่า พรรคไม่ได้ล็อกว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะต้องเป็นของพรรคประชาชน และในขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ถึงแนวทางการทำงานร่วมกันแต่อย่างใด
ในประเด็นการเลือกตั้ง นายศรายุทธิ์ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยข้อมูลคะแนนการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เนื่องจากพบปัญหาในหลายพื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยเฉพาะข้อมูลแบบ 5/18 ซึ่ง กกต. มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผย พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมจึงไม่สามารถเปิดข้อมูลดังกล่าวได้ โดยเฉพาะกรณีคะแนนที่แตกต่างกันระหว่างแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต เพื่อสร้างความโปร่งใสให้กับการเลือกตั้ง และป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลาย
นายศรายุทธิ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พรรคกำลังรวบรวมปัญหาเกี่ยวกับการนับคะแนนในแต่ละเขต และอาจยื่นเรื่องต่อ กกต. เพิ่มเติม เพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่ในบางพื้นที่
ส่วนกรณีที่นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายณัฐพงษ์ และเรียกร้องให้ลาออก นายศรายุทธิ์ ชี้แจงว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันเพิ่งทำงานมาได้เพียงปีกว่า และจากการร่วมงานกันเห็นว่านายณัฐพงษ์มีทักษะด้านการบริหารที่ดี รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา
ถ้าหากบอกคุณเท้งบริหารงานไม่ดีผมไม่เห็นด้วย และโดยในภาพรวมไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหาขนาดนั้น เพียงแต่พรรคโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 80 คนเป็น 150 คน และมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารอย่างกะทันหัน เพราะฉะนั้นไม่ง่ายที่จะทำให้ทุกอย่างราบรื่น อาจจะมีอุปสรรคบ้าง แต่มั่นใจภาพรวมพรรคเข้มแข็งขึ้นดูดีมากขึ้น
นายศรายุทธิ์ ยืนยันด้วยว่า พรรคจะถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงการบริหารพรรคในอนาคต ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำต่อเนื่องในทุกการเลือกตั้ง โดยคาดว่าในการสัมมนาที่จะจัดขึ้น จะมีการวางแบบแผนและยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

