
การรถไฟฯ เปิดแนวทางเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟสายกรุงเทพฯ–อุบลราชธานี ผู้เสียชีวิตรับเงินช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บดูแลค่ารักษาทั้งหมด พร้อมสั่งระงับก่อสร้างชั่วคราว
ความคืบหน้าอุบัติเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารสายกรุงเทพฯ–อุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัด นครราชสีมา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 และก่อให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก


ล่าสุด นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ รฟท. ให้สัมภาษณ์ชี้แจงแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าการรถไฟฯ ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือไว้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ จะมอบเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพรายละ 40,000 บาท และค่าสินไหมทดแทนอีกรายละ 40,000 บาท รวมเป็นรายละ 80,000 บาท พร้อมอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาตามความประสงค์ของครอบครัว

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบเหตุให้มากที่สุด
ในด้านการสอบสวนสาเหตุ นายอนันต์ ระบุว่า ได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบทันที โดยเบื้องต้นพบว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมงานอยู่ในพื้นที่ ส่วนพนักงานขับรถไฟปลอดภัยและออกจากพื้นที่แล้ว ขณะที่ผู้ควบคุมเครนอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างในจุดเกิดเหตุเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างละเอียด รอบคอบ และโปร่งใส

เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการให้บริการรถไฟสายอุบลราชธานี ทำให้ต้องปิดเส้นทางหลักในช่วงเกิดเหตุ การรถไฟฯ จึงปรับแผนการเดินรถ โดยให้ขบวนรถใช้เส้นทางอ้อมผ่านทางหนองบัวแทน พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเดินรถและสถานีที่ยังเปิดให้บริการรับ–ส่งผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกู้คืนพื้นที่มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากเครนที่พังถล่มมีน้ำหนักราว 400 ตัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาเครนขนาดใหญ่ที่เหมาะสมเข้าดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพอสมควร หลังจากเคลื่อนย้ายซากออกแล้ว จะมีการตรวจสอบความมั่นคงของระบบทางรถไฟและรางอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนพิจารณาเปิดเดินรถตามปกติ

ขณะเดียวกัน จังหวัดนครราชสีมาได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนของการกู้คืนจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและคุ้มครองชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่อย่างสูงสุด

