วันที่ 25 สิงหาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย โดยระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ขณะเดียวกันร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบนและประเทศลาวตอนบน ก่อนเข้าสู่พายุโซนร้อน นาร์รา บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งขณะนี้มีกำลังอ่อนลงกรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการเดินทางได้
ส่วนสภาพคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนยังมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือในบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้
สำหรับพายุโซนร้อน นาร์รา บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของมณฑลกว่างซี ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 และคาดว่าพายุลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งนี้ ผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันที่ดังกล่าว
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยส่วนมากเกิดขึ้นในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
