
เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ นายกิตติกร (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานส่งพัสดุของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันและชี้แจงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวและภาพเผยแพร่เชื่อมโยงเขากับคดีที่พนักงานสายการบินรายหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมตัวตามที่เป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้
นายกิตติกร เปิดเผยว่า ตนเป็นพนักงานส่งพัสดุตามปกติ และได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่ปรากฏในข่าวว่ามีบุคคลนำส่งพัสดุนั้นคือตนเอง ซึ่งเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น

พนักงานส่งพัสดุรายนี้เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนมีพัสดุที่ต้องจัดส่งกว่า 100 ชิ้น และพัสดุชิ้นที่เป็นข่าวอยู่ในเส้นทางที่ตนต้องรับผิดชอบ การจัดส่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ โดยได้นำพัสดุไปวางไว้ใต้คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางนา และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นผู้รับ ซึ่งเป็นวิธีการส่งพัสดุที่ตนปฏิบัติเป็นประจำ
นายกิตติกรยืนยันว่า หลังจากส่งพัสดุชิ้นดังกล่าวเสร็จสิ้น ก็ได้ไปปฏิบัติหน้าที่จัดส่งพัสดุในพื้นที่อื่นต่อ โดยไม่มีรายได้พิเศษใดๆ นอกเหนือจากค่าตอบแทนจากบริษัท พัสดุชิ้นนั้นระบุชื่อผู้รับว่า “มีนา” และตนเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในข่าวที่ตนเป็นคนนำส่ง ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าจะถูกเข้าใจผิดว่ามีส่วนรู้เห็น จึงตัดสินใจเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่
“ผมทำงานที่นี่มา 1 ปี 2 เดือน ปกติเส้นทางนี้จะเป็นของเพื่อนร่วมงานซึ่งจะหยุดในวันอังคาร แล้วผมจะมาวิ่งแทน พัสดุส่วนมากที่ผมเคยส่งจะมีน้ำหนักประมาณกิโลกว่าเกือบทั้งหมด ผมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น ยืนยันไม่มีรายได้พิเศษจากทางอื่น เป็นเพียงพนักงานบริษัท” นายกิตติกรกล่าวพร้อมระบุว่า เมื่อเห็นข่าวพนักงานสายการบินถูกจับกุม ก็รู้สึกใจคอไม่ดี กลัวจะถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงรีบมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ในวันนี้
ด้าน พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำเบื้องต้น และรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพัสดุชิ้นดังกล่าวที่นายกิตติกรนำมาแสดง เพื่อใช้ในการตรวจสอบต้นตอของการจัดส่งสินค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชนต่อไป
–
–
–

เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ นายกิตติกร (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานส่งพัสดุของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันและชี้แจงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวและภาพเผยแพร่เชื่อมโยงเขากับคดีที่พนักงานสายการบินรายหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมตัวตามที่เป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้
นายกิตติกร เปิดเผยว่า ตนเป็นพนักงานส่งพัสดุตามปกติ และได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่ปรากฏในข่าวว่ามีบุคคลนำส่งพัสดุนั้นคือตนเอง ซึ่งเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น

พนักงานส่งพัสดุรายนี้เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนมีพัสดุที่ต้องจัดส่งกว่า 100 ชิ้น และพัสดุชิ้นที่เป็นข่าวอยู่ในเส้นทางที่ตนต้องรับผิดชอบ การจัดส่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ โดยได้นำพัสดุไปวางไว้ใต้คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางนา และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นผู้รับ ซึ่งเป็นวิธีการส่งพัสดุที่ตนปฏิบัติเป็นประจำ
นายกิตติกรยืนยันว่า หลังจากส่งพัสดุชิ้นดังกล่าวเสร็จสิ้น ก็ได้ไปปฏิบัติหน้าที่จัดส่งพัสดุในพื้นที่อื่นต่อ โดยไม่มีรายได้พิเศษใดๆ นอกเหนือจากค่าตอบแทนจากบริษัท พัสดุชิ้นนั้นระบุชื่อผู้รับว่า “มีนา” และตนเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในข่าวที่ตนเป็นคนนำส่ง ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าจะถูกเข้าใจผิดว่ามีส่วนรู้เห็น จึงตัดสินใจเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่
“ผมทำงานที่นี่มา 1 ปี 2 เดือน ปกติเส้นทางนี้จะเป็นของเพื่อนร่วมงานซึ่งจะหยุดในวันอังคาร แล้วผมจะมาวิ่งแทน พัสดุส่วนมากที่ผมเคยส่งจะมีน้ำหนักประมาณกิโลกว่าเกือบทั้งหมด ผมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น ยืนยันไม่มีรายได้พิเศษจากทางอื่น เป็นเพียงพนักงานบริษัท” นายกิตติกรกล่าวพร้อมระบุว่า เมื่อเห็นข่าวพนักงานสายการบินถูกจับกุม ก็รู้สึกใจคอไม่ดี กลัวจะถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงรีบมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ในวันนี้
ด้าน พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำเบื้องต้น และรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพัสดุชิ้นดังกล่าวที่นายกิตติกรนำมาแสดง เพื่อใช้ในการตรวจสอบต้นตอของการจัดส่งสินค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชนต่อไป

