เอาแล้วไง!! ทราย สก๊อต พูดถึง มายด์ ภรรยา พาย

 

ก่อนหน้านี้ มายด์ ลภัสลัล ภรรยา พาย สุนิษฐ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมแนบเอกสารเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยระบุว่า “ที่ดินผืนนี้ ตามเอกสารทางกฎหมาย คุณแม่มอบให้ทั้ง 2 คน คือ พายและทราย ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งตามที่กล่าวอ้าง”

ขณะที่ ทราย สก๊อต ได้ระบุไว้ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า การออกมาเคลื่อนไหวของตนไม่ใช่การเรียกร้องเรื่องการแบ่งมรดก แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม หลังจากแม่มีการฟ้องร้องขอที่ดินคืน และตนรู้สึกไม่สามารถยอมรับได้ หากทรัพย์สินดังกล่าวจะกลับไปอยู่กับคนที่เคยทำร้ายตน

และล่าสุด ทราย สก๊อต ระบุว่า คิดไปคิดมา อยากให้คนที่กระทำแบบนี้กับน้องตัวเองเข้าคุกไปก็ดี พร้อมกล่าวว่า เรื่องที่ใหญ่กว่าปัญหาทรัพย์สินหรือที่ดิน คือเรื่องของคนที่ก่อเหตุแต่ยังไม่ได้รับโทษ มันมีเรื่องที่ใหญ่กว่าที่ดิน คือคนที่ข่มขืนน้องแล้วยังไม่เข้าคุก คิดไปคิดมาให้เค้าเข้าคุกก็ดี

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังแสดงความเห็นว่า พฤติกรรมลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นซ้ำได้อีก โดยมองว่าเป็นนิสัยของคนที่มีปัญหาทางจิตใจเกี่ยวกับเด็ก “คนที่วิปริตแบบนี้ นิสัยเค้าไม่เปลี่ยน เค้าจะทำกับคนอื่นหรือเปล่า ทำแบบนี้หนึ่งครั้ง มันยังทำอีกครับ”

เมื่อถูกถามถึงคลิปชี้แจงของ พาย สุนิษฐ์ ทรายตอบชัดว่าไม่ได้ดู พร้อมเผยความรู้สึกตรงไปตรงมาว่า
“ผมเบื่อหน้าผู้ชายที่ข่มขืนผมแล้ว”

ขณะเดียวกัน เจ้าตัวยังพาดพิงถึง มายด์ ลภัสลัล ที่ออกมาชี้แจงเรื่องที่ดิน โดยมองว่าอยากให้โฟกัสกับประเด็นที่เกิดขึ้นมากกว่า

“อยากให้ชี้แจงเรื่องที่สามีเค้าข่มขืนน้องตัวเองดีกว่า ไม่ต้องสนเรื่องที่ดินที่ไม่เกี่ยวกับเค้าดีกว่า”

สำหรับประเด็นเรื่องทรัพย์สิน ทรายยืนยันว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตนเป็นผู้จ่ายภาษีบ้านที่หัวหินเพียงคนเดียว พร้อมตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ผู้เป็นแม่ต้องการเรียกคืนทรัพย์สิน ทั้งที่รับรู้มาตลอดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพี่น้อง

นอกจากนี้ ทรายยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกเชิญไปร่วมงานแต่งงานของพายและมายด์ โดยมองว่า การเชิญไปร่วมงานไม่ใช่การแก้ปัญหา

“ทรายจะไปงานคนที่ข่มขืนทรายทำไม การเชิญไม่ใช่การแก้ปัญหา การเข้าคุกคือการแก้ปัญหา”

“จะให้ผมไปปาร์ตี้ ไปยืนตัดเค้กกับคนที่ทำร้ายผมทำไมครับ เป็นสิ่งที่เพี้ยนมาก”

อีกทั้ง เจ้าตัวยังอ้างว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับคนในครอบครัวและเครือญาติหลายฝ่าย โดยระบุว่า มีหลายคนที่พยายามแสดงตัวว่าเป็นผู้หวังดี แต่ตนไม่เคยไว้ใจ และเก็บหลักฐานทั้งหมดเอาไว้แล้ว

“ทรายไม่ไว้ใจและเก็บหลักฐานมาหมด อยู่ที่ว่าเราจะปล่อยเมื่อไหร่”

พร้อมทิ้งท้ายว่า แม้แต่เวลาจะดำเนินการทางกฎหมาย ฝ่ายตรงข้ามก็ยังสามารถให้ทนายติดต่อมาได้ จึงมองว่าหากต้องการพูดคุยกันจริง ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน