มาแล้ว! สวนดุสิตโพลเปิดโผ พรรคไหนมาแรง ทั้งส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์

มาแล้ว! สวนดุสิตโพลเปิดโผ พรรคไหนมาแรง ทั้งส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง คนไทยกับการเลือกตั้ง ปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,682 คน เก็บข้อมูลทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม 2569 โดยผลสำรวจสะท้อนทิศทางทางการเมืองและมุมมองของประชาชนในหลายประเด็นสำคัญ ดังนี้หากมีการเลือกตั้งและประชาชนต้องตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองแบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ พบว่า อันดับ 1 คือ พรรคประชาชน ได้รับการสนับสนุนร้อยละ 34.23 อันดับ 2 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 16.22 อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.03 อันดับ 4 พรรคอื่นๆ ร้อยละ 11.12 ประกอบด้วย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทรวมพลัง พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคกล้าธรรม เป็นต้น อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 10.25 อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 9.02 และอันดับ 7 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.13

 

ส่วนการเลือก ส.ส.เขต ผลสำรวจระบุว่า อันดับ 1 ประชาชนเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชน ร้อยละ 33.56 อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 18.46 อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 16.29 อันดับ 4 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 12.98 อันดับ 5 พรรคอื่นๆ ร้อยละ 8.65 ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมพลังประชาชน พรรคไทยสร้างไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคอนาคตไทย เป็นต้น อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.05 และอันดับ 7 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 2.01May be an image of one or more peopleสำหรับบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พบว่า อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนร้อยละ 31.99 อันดับ 2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.45 อันดับ 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.14 อันดับ 4 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 11.63 อันดับ 5 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.81 อันดับ 6 อื่นๆ ร้อยละ 9.18 ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พรรคกล้าธรรม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง พรรคพลังประชารัฐ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่ ขณะที่อันดับ 7 คือ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.80ในด้านปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งสามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่า อันดับ 1 คือ นโยบายที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ร้อยละ 52.35 อันดับ 2 ผลงานที่เคยทำได้จริงในอดีต ร้อยละ 45.64 อันดับ 3 ผู้นำและทีมบริหาร ร้อยละ 38.03 อันดับ 4 การดีเบต ร้อยละ 35.35 และอันดับ 5 พรรคการเมืองที่สังกัดและอุดมการณ์ทางการเมือง ร้อยละ 33.52

ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนได้สะท้อนความรู้สึกต่อทหารไทย โดยอันดับ 1 ระบุว่า ขอสดุดีและยกย่องทหารไทยที่เสียสละและทุ่มเท ร้อยละ 37.15 อันดับ 2 เป็นกำลังใจให้ทหารไทยที่ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดิน ร้อยละ 31.16 อันดับ 3 ขอให้ทหารปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง ร้อยละ 14.62 อันดับ 4 ขอให้ประเทศไทยได้พื้นที่กลับคืนมาและสถานการณ์สู้รบยุติโดยเร็ว ร้อยละ 11.47 และอันดับ 5 อยากให้กองทัพดูแล เยียวยา และเพิ่มสวัสดิการให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ร้อยละ 5.60

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้ง ภาพรวมการเมืองไทยสะท้อนการแบ่งฐานเสียงตามช่วงวัยอย่างชัดเจน โดยคนรุ่นใหม่ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองและผู้นำรุ่นใหม่ ขณะที่คนรุ่นใหญ่ยังคงยึดโยงกับพรรคการเมืองดั้งเดิมเป็นหลัก ทั้งนี้ สิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุดคือประเด็นเศรษฐกิจและปากท้อง มากกว่ากระแสหรือวาทกรรมทางการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง และคำถามสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ใช่ใครพูดเก่งที่สุด แต่คือใครที่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง